Home ห้องสมุด บทความทางวิชาการ บทความวิชาการ การส่งเสริมการศึกษาเวชจริยศาสตร์
บทความวิชาการ การส่งเสริมการศึกษาเวชจริยศาสตร์ PDF พิมพ์ อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2012 เวลา 06:33 น.

botkam 1การส่งเสริมการศึกษาเวชจริยศาสตร์  โดย...พอ.ศุภกิจ สงวนดีกุล

 

 

   พอ.ศุภกิจ สงวนดีกุล    

                                                                                                                                                           

3แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 มุ่งพัฒนาคน(ดี) เน้นด้านคุณธรรมและจริยธรรม เริ่มตั้งแต่ระดับครอบครัว ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่ดีงามตั้งแต่เด็กเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกแนวทาง แตกต่างจากแผน1-7 ในระยะเวลา 35 ปี ซึ่งมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและวัตถุนิยมอันนำไปสู่ความล้มเหลวดังที่ปรากฏหลังเศรษฐกิจฟองสบู่แตกและก่อให้เกิดปัญหาสังคมมากมายเนื่องจากความโลภ,ไม่ซื่อสัตย์หรือไร้คุณธรรม รวมทั้งเกิดการฟ้องร้องแพทย์จนเกิดระบบการประกันการฟ้องร้องแพทย์ในต่างประเทศซึ่งเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกทาง ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีรากฐานความเจริญก้าวหน้าจากความเชื่อในศาสนา ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพมีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ,จรรยาบรรณ,(Code of conduct) หรือในอดีตสมัย Hippocrates การเรียนแพทย์จะมีการสาบานตนเพื่อเป็นแพทย์ที่ดี Hippocretic oath และสืบทอดยาวนานตั้งแต่สมัยกรีก

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการปลูกฝังจริยธรรมเป็นรูปธรรมโดยมุ่งพัฒนาให้บุคลากรสาธารณสุขเป็นผู้มีคุณธรรมรู้รักสามัคคี มีชีวิตพอเพียง จิตใจเข้มแข็ง และมีความสุข 

ภาพลักษณ์ของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่ควรมี คือ มีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ,มีความรักความสามัคคีและเอื้ออาทรต่อกัน,ดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (ทางสายกลาง),มีความเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์,มีการพัฒนาจิตใจสูงขึ้น มีปัญญามีเหตุผล เห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง 

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประการ
ยุทธศาสตร์ที่1.สร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามให้เป็นวิถีชีวิต
ยุทธศาสตร์ที่2.ส่งเสริมต้นแบบทางวัฒนธรรมและกระบวนการเรียนรู้ค่านิยมของบุคลากร
ยุทธศาสตร์ที่3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรขนบธรรมเนียมที่ดีงามในสังคมสาธารณสุข
ยุทธศาสตร์ที่4.สร้างเสริมสังคมคุณธรรมและระบบธรรมมาภิบาลในองค์กร
ยุทธศาสตร์ที่5.พัฒนาการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายและทุกภาคส่วนของสังคม 
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นการส่งเสริม,ปลูกฝังจริยธรรมจากหน่วยเล็กระดับบุคคลไปสู่หน่วยใหญ่ระดับองค์กรเครือข่ายจริยธรรม,สังคมจนถึงระดับประเทศนับเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันความเสื่อมและสร้างความเจริญมั่นคงแก่ประเทศชาติซึ่งจะเห็นประโยชน์ชัดเจนในระยะยาว เมื่อประชากรมีคุณภาพและคุณธรรม

 

00017 12

ส่วนกองทัพบกมีการจัดทำโครงการคุณธรรมนำไทย เพื่อสร้างจิตสำนึกในเรื่องคุณธรรม

ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจึงควรส่งเสริมการพัฒนาจริยธรรมในรร.แพทย์โดยส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านเวชจริยศาสตร์ในรร.แพทย์ให้มากกว่าที่มีอยู่เพื่อให้สิ่งที่ดีแล้วดียิ่งขึ้นหรือรักษาความดีนั้นไว้และป้องกันความเสื่อมทางจริยธรรม เพื่อธำรงรักษาคุณค่าของวิชาชีพแพทย์ให้เป็นที่พึ่งของสังคม,การแก้ไขที่ต้นเหตุป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องมากกว่าแก้ไขที่ปลายเหตุ โดยการจัดระบบประกันการฟ้องร้อง สิ่งที่คิดว่ายากนั้นเนื่องจากจริยธรรมเป็นเรื่องของความดีชั่ว,ถูกผิด นามธรรมซึ่งที่จริงแล้วสามารถวัดได้เป็นรูปธรรมที่แสดงออกทางพฤติกรรมและหลักฐานทางการแพทย์

แพทย์เป็นวิชาชีพ(Profession)แตกต่างจากอาชีพที่มีจริยธรรม หรือมีคุณธรรมควบคู่กับความรู้ ซึ่งใช้ในชีวิตประจำวัน
จริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบเวชกรรมซึ่งทำให้แพทย์เป็นผู้ที่น่านับถือและมีความเป็นมนุษย์(ผู้มีจิตใจสูง) ครอบคลุมตั้งแต่ความประพฤติ การดำรงตนของแพทย์ การคิดวิเคราะห์ การติดต่อสื่อสารและที่สำคัญการตัดสินใจเลือกการรักษา  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่ควรฝึกฝนให้ชำนาญตราบเท่าที่ยังประกอบวิชาชีพ

แนวทางในการสร้างแพทย์ที่ดี เริ่มตั้งแต่การปลูกฝังความคิดที่ดีตั้งแต่เด็ก คำพูด,การกระทำและความประพฤติที่ดีซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ดีดังกล่าวข้างต้นก็จะเกิดขึ้นจนกลายเป็นวิถีชีวิต เช่น ไม่ยึดถือวัตถุเป็นที่ตั้ง,ปฏิบัติตามทางสายกลาง ความดีเป็นที่ตั้ง(มีศีลธรรม),มีความรักความเมตตาต่อสังคม,ซื่อสัตย์,สามัคคี,มีความรู้,ความสุข และที่สำคัญที่สุดไม่ประมาท
การแก้ไขปัญหาจริยธรรมแพทย์ต้องมีความรู้ทางทฤษฎี(Ethical theory)และหลักการทางจริยศาสตร์,ทราบข้อเท็จจริง,คนที่เกี่ยวข้อง,กระแสความคิดของสังคมขณะนั้น เพื่อพิจารณาทางเลือก(Ethical dilemma),การตัดสินใจ(Ethical decision making)

 

 

ทฤษฎีในระบบจริยศาสตร์ที่สำคัญ

          1.Deontology ทฤษฎีหน้าที่นิยม,ความดี,ทฤษฎีของ Kant : ผู้ปฏิบัติตามแนวคิดหน้าที่ความรับผิดชอบของแพทย์หรือพิจารณาจากเหตุ เจตนา ทำดี ต้องไม่ฆ่าและไม่ทำอันตรายผู้ป่วยFirst do no harm,To do good ไม่ทำสิ่งที่ชั่ว เช่น ไม่ทำแท้ง

          2.Utilitarianism ทฤษฎีประโยชน์นิยม,ความสุขส่วนรวม(Greatest happiness principle) ผู้ปฏิบัติยึดหลักการที่พิจารณาผลจากการกระทำใดเป็นประโยชน์หรือความสุขสูงสุดแก่คนจำนวนมากที่สุดคนส่วนใหญ่ถือว่าชอบธรรม เช่น การทำแท้งในกรณีที่อาจเกิดอันตรายแก่ผู้เป็นแม่จากความเสี่ยงในการตั้งครรภ์หรือ เด็กที่เกิดมามีความผิดปกติรุนแรง

 dr        การเลือกตัดสินใจตามทฤษฎีใดควรพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยยึดหลัก การเอาใจเขามาใส่ใจเรา อตตาน อุปม กเร ให้คิดว่าถ้าเราเป็นผู้ป่วยจะรู้สึกหรือคิดเช่นใด ซึ่งยังคงใช้ได้ดีในทุกยุคสมัย และหากพิจารณาให้ดีจะเห็นได้ว่าพื้นฐานของหลักการทางจริยศาสตร์เป็นข้อกำหนดที่แพทย์ควรประพฤติตาม เช่น การพูดความจริงTell the truth,การอธิบายข้อมูลแก่ผู้ป่วยและการยินยอมรับการรักษาInforme&Consent,ความประพฤติดีBeneficence&Maleficence,สิทธิผู้ป่วยAutonomyและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์,ความยุติธรรมJustice, การรักษาความลับ เป็นการพัฒนาจากหลักคำสอนทางศาสนามาประยุกต์ในเรื่องของศีลธรรม เช่น Deontology เจตนาไม่ทำชั่ว การไม่ฆ่า,การไม่โลภ ลักขโมย,การไม่พูดชั่ว,การไม่ล่วงประเวณี,การไม่ประมาท เสพสุรา เป็นแนวทางการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและแก้ปัญหาได้ดีที่สุด  

 

        การเรียนการสอนเวชจริยศาสตร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการผสมผสานความรู้เข้ากับการประยุกต์ใช้ในทางคลินิก happyClinical Ethic ซึ่งจัดเป็นการฝึกทักษะการใช้สติปัญญา(Cognitive skill)ในการคิดและตัดสินใจ , ทักษะการพูด(Communication skill),การใช้ภาษาที่เหมาะสม,การนำเสนอ,การทำงานเป็นกลุ่ม การใช้สติปัญญาคิดอย่างมีระบบ(Sciencetific thinking)หาความรู้ตามแนวทางวิทยาศาสตร์เริ่มจากปัญหา,ตั้งสมมติฐานหาสาเหตุทำการศึกษาวิจัยหาคำตอบ และตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหา(Dicision making)โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางการแพทย์ที่ได้จากผลการวิจัยหรือข้อเท็จจริงที่มีอยู่มายืนยันหรือปฏิเสธ(Evidence based)  

        ซึ่งทางเลือกในทางจริยธรรม (Ethical dilemma) เป็นการพิจารณาในเรื่องผิดถูก,ชั่วดี,สิทธิเสรีภาพของผู้ป่วยที่จะเลือก กับ ความถูกต้องตามหลักศีลธรรมจริยธรรม,การตัดสินใจทางการแพทย์ เช่น การเลือกวิธีการวินิจฉัย,การรักษาโรค มีข้อพิจารณาหลายอย่างโดยใช้หลักวิชาการ,เทคโนโลยี,กฏหมาย,ศีลธรรม,จริยธรรม มาประกอบกันเป็นศิลปะในการรักษาผู้ป่วย  

 

happy02        การเรียนการสอนทางเวชจริยศาสตร์ นอกจากการเรียนความรู้ซึ่งมีการสอนในหลักสูตรก่อนปริญญาตั้งแต่ระดับนักเรียนแพทย์แล้วจึงเป็นการเรียนและฝึกทักษะด้านความคิดที่ควบคู่ไปกับทุกกิจกรรมในการดูแลรักษาผู้ป่วยหรือศิลปะในการสอดแทรกและประยุกต์ใช้จริยศาสตร์ในทางคลินิก เพื่อให้แพทย์สามารถคิดอย่างมีเหตุผลและเลือกตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง,เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย และไม่ขัดต่อศีลธรรม รูปแบบการเรียนการสอนนอกจากการบรรยายหรืออภิปรายควรเป็นการสอดแทรกการใช้ทักษะความคิดในทุกกิจกรรม การสร้างสื่อการสอน รวมทั้งการประเมินผลสามารถใช้วิธีการเช่นเดียวกับการเรียนการสอนทั่วไป เช่น รายงานการประเมินตนเอง ข้อสอบ การสังเกต โดยการประเมินผลเป็นการวัดความสามารถด้านจริยธรรม(Competency) ในการแสดงออกซึ่งความเป็นมนุษย์ ความเมตตาของแพทย์ที่มีต่อผู้ป่วย การประพฤติตามหลักศีลธรรมการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และควรมีการประเมินผลด้านความรู้, ศึกษาวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

lovelyปัญหาทางจริยธรรมที่พบในทางคลินิกสรุปได้แก่ 

       1) ความขัดแย้งระหว่างบุคคล เช่นแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ด้วยกันเองหรือแพทย์กับผู้ป่วย เนื่องจากผลประโยชน์ ความบกพร่องในการสื่อสาร ความบกพร่องในวิชาความรู้,ความเสื่อมจริยธรรมส่วนบุคคลอันนำไปสู่การฟ้องร้องและเกิดการตรวจสอบจากประชาชน,สังคมซึ่งทำให้แพทย์ตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนมากขึ้นและไม่ประมาท

       2) ผลที่เกิดตามมาหลังความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีทางวิศวพันธุกรรม,การโคลนนิ่ง,การปลูกถ่ายอวัยวะและสเตมเซลล์,การทดลองในมนุษย์,เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์,การรับจ้างตั้งครรภ์,การยืดชีวิตมนุษย์,การการุณฆาต,การวางแผนครอบครัว,การวินิจฉัยก่อนคลอด,การทำแท้ง,ยาเวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีราคาสูง,สินบนและการโฆษณากลายเป็นธุรกิจการค้าเพื่อผลประโยชน์ 

       ทั้งหมดที่กล่าวมีความละเอียดซับซ้อนในการตัดสินใจ เมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความเจริญสวนทางกันของความเจริญทางเทคโนโลยีและความเสื่อมในทางจริยธรรม  การส่งเสริมการศึกษาวิจัย(เช่น กรณีศึกษา)และการสอนจริยศาสตร์จึงเป็นทางออกสำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาซึ่งบุคคลากรทุกระดับควรใส่ใจและทุกฝ่ายในสังคมร่วมมือกันดังยุทธศาสตร์ที่กล่าวข้างต้นให้มีความเจริญควบคู่กันไปของเทคโนโลยีและจริยธรรม 

       การรู้จักนำความเจริญทางเทคโนโลยีมาใช้อย่างฉลาด เช่น การเลือกใช้เทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยและวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย,เศรษฐานะและปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการศึกษา ในการผลิตสื่อการสอนและเผยแพร่การเรียนการสอนได้ทั่วโลก เช่น Web based learning ,E-learning ซึ่งสะดวกแก่ผู้เรียนที่จะค้นคว้าหาความรู้ได้ทุกที่,ทุกเวลาและสามารถนำมาใช้กับการเผยแพร่ความรู้เพื่อการส่งเสริมด้านจริยธรรม,การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล สร้างแพทย์ที่มีคูณภาพและคุณธรรมเพื่อดำรงวิชาชีพแพทย์ให้มีคุณค่าและประโยชน์แก่สังคม,สร้างความเจริญมั่นคงไว้แก่ประเทศชาติ,ทั้งโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Karen_Ann_Quinlan



แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2013 เวลา 04:29 น.
 
เรามี 50 บุคคลทั่วไป ออนไลน์




Download
April 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 31 1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 1 2 3 4 5 6
 
Follow us on
 
      

© 2012-2017 The Royal College of Neurological Surgeons of Thailand. All right reserved.
View counter stats